คิ้วสวยไม่ต้องสัก ปัดคิ้วธรรมชาติแบบ 3 มิติ
จัดการกับคิ้วให้สวยดูเป็นธรรมชาติด้วยเทคนิคการปัดคิ้วแบบ 3 มิติ ไม่ต้องเสียเวลาเจ็บตัวไปสักคิ้วให้ยุ่งยาก
เป็นอะไรที่ฮิตมากกับเทรนด์การใส่รองเท้ากีฬาสุดเก๋ เหล่าซุปตาร์ในเมืองไทยหลายคนก็กำลังนิยมมากรวมทั้งสาว พลอย เฌอมาลย์ ที่เห็นใส่ตลอดจริงๆ ภาพ : chermarn
แชร์ 5 วิธีเลิกนิสัยเครียดแล้วกิน ดูแลสุขภาพวิถีใหม่แบบ New Normal ตอนนี้เราทุกคนกำลังเรียนรู้วิถีชีวิตแบบใหม่ที่เรียกว่า New Normal ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีการติดต่อสื่อสารของเรา รวมถึงการทำงาน ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต เช่นการรับประทานอาหารและการออกกำลังกายของเราไปอย่างสิ้นเชิง การเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีใครคาดคิดนี้ส่งผลให้เราต้องปรับตัวและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจทำให้ใครหลายคนรู้สึกเครียดไม่น้อยเลย แต่รู้หรือไม่ว่า…ความเครียดและความกังวลที่เกิดขึ้นอาจส่งผลต่อพฤติกรรมการทานอาหารของเรา และนำไปสู่อาการ “ทานตามอารมณ์” (emotional eating) หรือ “ทานเพราะความเครียด” (stress eating) ที่ทำร้ายสุขภาพได้ อาการ กินเพราะเครียด คืออะไร การทานอาหารเพราะความเครียดหรือทานตามอารมณ์ คือการที่เราทานอาหารเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติเพื่อหลบหนีจากอารมณ์ด้านลบที่เรากำลังเผชิญอยู่ และหวังว่าอาหารที่ทานเข้าไปจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้ บางครั้งเราก็เลือกทานอย่างมีสติ แต่บ่อยครั้งเมื่อเราเกิดอารมณ์ด้านลบ เราก็มักเผลอทานจุบจิบแก้เครียดโดยไม่รู้ตัว ความเครียดและความรู้สึกเบื่อหน่ายอาจกระตุ้นให้เราทานตามอารมณ์ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่คุณต้องอยู่แต่ในบ้านและสามารถหยิบทานอาหารได้ตามใจตลอดเวลา ไม่ว่าเราจะสั่งอาหารคอมฟอร์ทฟู้ดหรืออาหารที่ทานแล้วให้ความรู้สึกดีๆ ทำง่าย ไม่ยุ่งยาก รสชาติถูกปาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาหารที่มีแคลอรี่และน้ำตาลสูง หรือเราจะปรุงอาหารทานเองที่บ้านด้วยวัตถุดิบที่มีอยู่ในครัว เราก็อาจทานอาหารต่างไปจากปกติได้ถ้ารู้สึกเครียดหรือมีอารมณ์ด้านลบ เพราะความเครียดทำให้เรารู้สึกเหนื่อยล้าและซึมเศร้าได้ เราจึงอยากทานเมนูคอมฟอร์ทฟู้ดที่ดีต่อใจมากกว่าทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพในเวลานั้น อาหารคอมฟอร์ทฟู้ดที่มีแคลอรี่สูงเหล่านี้จะไปกระตุ้นสารเคมีในสมองที่ช่วยให้เรารู้สึกดีและทำให้เกิดความอยากทานอีกเรื่อยๆ และเมื่อเราทานมากเกินไป น้ำหนักตัวก็เพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้เราเครียดและยิ่งทานมากขึ้นไปอีก กลายเป็นวงจรทำร้ายสุขภาพไม่รู้จบ เผยเคล็ดลับ วิธีหยุดกินเพราะเครียด ที่ดีที่สุด สิ่งสำคัญที่สุดที่เราควรทำตอนนี้ก็คือดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองให้ดี รวมถึงฝึกนิสัยการทานอาหารที่ดีที่จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ซูซาน โบเวอร์แมน […]
ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้หญิง แน่นอนว่าความรักสวยรักงามเป็นเรื่องธรรมดา ผู้หญิงหลายคนเดี่ยวนี้แค่ไม่เขียนคิ้วยังอายเลย ไม่กล้าออกจากบ้าน เพราะห่วงสวย กลัวหน้าโล้น ห่วงภาพลักษณ์ แต่ความไม่ยึดติดตั้งใจทำความดีนั้นน่านับถือใจยิ่งกว่า เหมือนดัง 2 ดาราสาวสายบุญ “กิ๊ก มยุริญ ผ่องผุดพันธุ์ ” และ “หนิง ปณิตา ธรรมวัฒนะ” ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตลูกผู้หญิงได้ตัดสินใจปลงผม (โกนผม) เพื่อบวชชี แม้จะเป็นแค่ช่วงระยะเวลาหนึ่งก็แต่ถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิต โดยล่าสุด “กิ๊ก มยุริญ” ที่เพิ่งลาสิกขามาหมาดๆ หลังจากเบรกงานในวงการบันเทิง เพื่อปลงผมบวชชีและปฏิบัติธรรมที่ประเทศพม่านานกว่า 227 วัน ได้โพสต์ข้อความวา “กราบขอบพระคุณ สยาดอ ธรรมิกาลังการาภิวังสะ อัคคมหาคันธวาจกปัณฑิตะ เป็นอย่างสูงที่เมตตาบวชให้ข้าพเจ้าและอยู่สอนวิปัสสนากรรมฐานตลอดระยะเวลาการปฏิบัติที่ประเทศพม่า กราบขอบพระคุณสยาเล(แม่ชี) ชวนญาณี และคณะแม่ชีที่เมตตาดูแลและทำอาหารให้รับประทานทุกวัน รวมถึงต้องขอบพระคุณทีมอาสาสมัครชาวพม่าทุกคนที่ช่วยดูแลทำความสะอาด ทำให้สถานที่มีความสัปปายะสำหรับการปฏิบัติเป็นอย่างมาก กราบขอบพระคุณคุณพ่อ-คุณแม่และญาติพี่น้องทุกๆท่านที่เป็นกำลังใจและสนับสนุนให้ข้าพเจ้าเดินทางธรรมตลอดมา กราบขอบพระคุณเจ้าภาพหลายๆท่าน ที่ได้เมตตามอบปัจจัยและสิ่งของเพื่อสนับสนุนการบวชและปฏิบัติที่ประเทศพม่าในครั้งนี้ รวมถึงต้องขอกราบขอบพระคุณพี่จ๋า และทีมงานละครทุกๆเรื่องทีมละครเป็นต่อที่ช่วยจัดสรรคิวจนทำให้สามารถลาไปปฏิบัติธรรมยาวในครั้งนี้ได้ และท้ายที่สุดนี้กิ๊กขอน้อมนำบุญในการบวชและการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานทั้งที่ประเทศไทยและที่ประเทศพม่า ตลอดระยะเวลา227 วันมาฝากเพื่อนๆให้ได้ร่วมอนุโมทนาบุญด้วยนะคะ ” และหลังจากที่ลาสิกขากลับมาประเทศไทยแล้ว ดาราสาวกิ๊ก มยุริญ ก็ได้เดินหน้าถ่ายงานต่อทันทีแม้เส้นผมยังไม่ขึ้นก็ตาม แต่เดี๋ยวนี้ไม่ยากหรอกนะคะคุณผู้หญิงทั้งหลายที่วันนี้อยากผมยาวหรือผมสั้นใครๆ เขาก็สวมใส่วิกผมกันเพื่อเปลี่ยนลุคได้นะจ๊ะ ซึ่งช่างแต่งหน้าที่เมคอัพลุคให้กิ๊ก มยุริญ […]
บริษัท เอเอ็มอี อิมเมจิเนทีฟ จำกัด
ในเครือ บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
Tel : 0-2422-9999 ต่อ 4300
Email : [email protected]
0-2422-9999 ต่อ 4180
(จันทร์ - ศุกร์ เวลา 09.00 - 18.00 น)
[email protected]