ชีวิตดีแต่ไม่คิดเป็นคุณหนู! 3 สาวทายาทอาณาจักร ปาร์คนายเลิศ สวยสตรองทั้งตระกูล!
ปาร์คนายเลิศ กับ 3 สาวทายาท สวย รวย ฉลาด และไม่ใช่ลูกคุณหนูอย่างที่คิด!
ปาร์คนายเลิศ โรงแรมเก่าแก่ที่อยู่คู่คนไทยมาช้านาน แม้จะมีข่าวที่ทำให้ช็อกวงการเรื่องการปิดกิจการภายในสิ้นปีนี้ แต่ 3 สาวในฐานะทายาทรุ่นที่ 4 ก็ยังคงต้องขับเคลื่อนธุรกิจต่างๆของครอบครัวต่อไป ซึ่งแต่ละคนล้วนมีแนวทางและสไตล์ที่แตกต่างกันชัดเจน หลายคนเข้าใจว่าต้องเป็นลูกคุณหนู รักสบาย ไม่ทำงาน แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลย
ดวงภัทร โพธิรัตนังกูร
บ้านนี้ไม่มีใครนั่งอยู่เฉยๆโดยไม่ทำงาน ที่สำคัญคือต้องมีมารยาทด้วย แม้ทั้งสี่พี่น้องจะถูกส่งไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่เด็ก เริ่มจากพี่สาวคนโตของบ้าน ลูกแตง – ดวงภัทร โพธิรัตนังกูร ถูกส่งไปตอนอายุ 14 ปี พูดภาษาอังกฤษไม่เป็น เก็บเตียงก็ไม่เป็น เพราะอยู่เมืองไทยมีพี่เลี้ยงทำให้ตลอด พอไปอยู่โน่นต้องทำเองทุกอย่าง เลยต้องรู้จักปรับตัว ก่อนหน้านี้เธอใช้ชีวิตอยู่แอลเอมาหลายปี ตั้งแต่ไปเรียนปริญญาโทด้านจิตวิทยาและรัฐศาสตร์ แล้วยังเคยทำงานเป็นนักวิเคราะห์ตลาดให้ผู้จัดจำหน่ายนาฬิกาแบรนด์พรีเมียมในอเมริกา ก่อนที่จะลาออกมาดูเรื่องธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในแอลเอของครอบครัว มีทั้งอพาร์ตเมนต์ให้เช่า ซื้อบ้านเก่าทำเลดีมาตกแต่งใหม่ แม้ว่าจะชอบใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่ที่ต่างประเทศมากกว่า แต่สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจเข้ามารับหน้าที่ Developmental Project กับผลงานแรกคือ Nai Lert Park Hua Hin
ถัดมาคือน้องเล็กที่ถูกส่งไปเรียนต่างประเทศตั้งแต่อายุ 11 ขวบ น้องเล็กคอนเฟิร์มว่า “ลูกบ้านนี้ชอบทำงาน เพราะตั้งแต่เด็กเห็นคุณพ่อคุณแม่ทำงานมาตลอด แม้จะรู้ว่าเกิดมาอยู่จุดนี้สบาย ไม่ต้องทำงานก็ได้ แต่ถ้าคนเราเกิดมาไม่ทำงาน ใช้ชีวิตไปวันๆ บอกเลยว่าเสียชาติเกิด…” อย่างน้องเล็กทำงานโรงแรมมาสิบกว่าปี จนวันนี้ได้เป็นกรรมการผู้จัดการ แต่ทุกอย่างไม่ได้มาชั่วข้ามคืน เพราะต้องเรียนรู้ทุกอย่างด้วยตัวเอง วันนี้แม้จะออกมาประกาศชัดเจนว่าได้ขายกิจการโรงแรมปาร์คนายเลิศให้แก่กลุ่มทุนจากโรงพยาบาลกรุงเทพ เพื่อทำศูนย์สุขภาพ BDMS Wellness Clinic แต่เธอก็ยังคงเดินหน้าทำงาน เพื่อต่อยอดธุรกิจของครอบครัวต่อไป
ส่วนแพท น้องเล็กสุดของบ้านนี้ยังไม่ละทิ้งความฝันและความสนุกในการออกแบบเครื่องประดับและจิเวลรี่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เริ่มทำมาตั้งแต่อายุ 13 ปี ซึ่งช่วงที่เรียนไฮสกูลที่อังกฤษเธอออกแบบเครื่องประดับควบคู่ไปกับการเรียน เวลาจะกลับอังกฤษทีไรต้องหิ้วเครื่องประดับไปด้วยทุกครั้ง เพราะเพื่อนๆช่วยอุดหนุน แม้กำไรไม่เยอะ แต่ด้วยความชอบที่จะเห็นคนใส่ของสวยๆงามๆ จนมาวันนี้แพทเลยเป็นเจ้าของแบรนด์เครื่องประดับ “Patcharavipa” ซึ่งมาจากชื่อของเธอนั่นเอง





