Rolex ผู้จับเวลาตำนานแห่งวิมเบิลดันกับเส้นทางสู่แชมป์
Rolex ผู้จับเวลาตำนานแห่งวิมเบิลดันกับเส้นทางสู่แชมป์
เจนีวา ฤดูใบไม้ผลิ 2025 การแข่งขันเทนนิสอันเก่าแก่และทรงเกียรติที่สุดรายการหนึ่งของโลกอย่าง The Championships, Wimbledon เปรียบเสมือนบทพิสูจน์ความมุ่งมั่น ความอดทน และหัวใจอันยิ่งใหญ่ของนักกีฬา Rolex (โรเล็กซ์) ในฐานะแบรนด์นาฬิกาชั้นสูงจากสวิตเซอร์แลนด์ จึงขอร่วมเฉลิมฉลองคุณค่าแห่งความเป็นเลิศนี้ ด้วยการยกย่องเส้นทางที่นักกีฬาแต่ละคนเลือกเดิน ไม่ใช่เพียงเพื่อชัยชนะ หากแต่เป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง

เพียงสองนาทีครึ่งจากห้องแต่งตัวไปยัง สนาม Centre Court คือช่วงเวลาที่สั้นแต่เปี่ยมด้วยความหมายอย่างหาที่สุดมิได้สำหรับนักกีฬาเทนนิสทุกคนไม่ว่าจะเป็นตำนานระดับโลกอย่าง Björn Borg, Roger Federer, Garbiñe Muguruza, ไปจนถึงดาวรุ่งแห่งยุคอย่าง Belinda Bencic และ Carlos Alcaraz
ต่างเคยย่างก้าวผ่านโถงทางเดินอันเป็นตำนานของ All England Lawn Tennis & Croquet Club (AELTC) เพื่อเผชิญหน้ากับช่วงเวลาที่โลกทั้งใบจับตา
การแข่งขันวิมเบิลดันถือกำเนิดขึ้นในปี 1877 โดยมี โรเล็กซ์ เข้ามารับบทบาท ผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการ (Official Timekeeper) ในปี 1978 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ Björn Borg คว้าแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่ 3 จากทั้งหมด 5 สมัยติดต่อกัน ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของเขากลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬาในยุคต่อมา โดยเขาเคยกล่าวว่า

“วิมเบิลดันคือความฝันของผมตั้งแต่วัยเด็ก หนึ่งคือการเป็นตัวแทนทีมชาติสวีเดนในศึก Davis Cup สองคือการได้เหยียบสนาม Centre Court และสามคือการได้ชูถ้วยแชมป์แกรนด์สแลมสักครั้งหนึ่ง”
ทุกครั้งที่มีการประกาศชื่อผู้เล่น ณ ประตูสู่ Centre Court พวกเขาจะเดินผ่าน Royal Box และภาพถ่ายอดีตแชมป์ ลัดเลาะไปตามทางเดินของสโมสร ก่อนจะหยุดอยู่ ณ จุดหนึ่งตรงหน้าถ้วยรางวัลเป็นเวลา 20 วินาที
ช่วงเวลาแห่งสมาธิ การตั้งใจ และการเตรียมใจเพื่อเผชิญหน้ากับสนามหญ้าในตำนานเบื้องหน้า ท่ามกลางสายตาของผู้ชมกว่า 15,000 คนในสนาม และอีกหลายล้านคนทั่วโลก การได้เข้าสู่สนามแห่งนี้จึงเป็นประสบการณ์อันทรงเกียรติที่ไม่มีสิ่งใดเทียบได้
ในปีนี้ วันที่ 30 มิถุนายน 2025 Carlos Alcaraz แชมป์วิมเบิลดันคนล่าสุดและเจ้าของแกรนด์สแลม® 4 สมัย ผู้เป็น Rolex Testimonee ตั้งแต่ปี 2022 กล่าวถึงความรู้สึกว่า

“วิมเบิลดันคือสถานที่ที่เต็มไปด้วยมนต์ขลัง ราวกับได้เดินตามรอยเท้าของเหล่าตำนาน ชุดขาวของผู้เล่น สนามหญ้าอันไร้ที่ติ และบรรยากาศอันสง่างามของ All England Club ล้วนทำให้ที่นี่เป็นเวทีที่สมบูรณ์แบบ และความร่วมมือกับ โรเล็กซ์ ก็เติมเต็มความสมบูรณ์แบบนั้นได้อย่างไร้ที่ติ”
วิมเบิลดันยังคงรักษาขนบธรรมเนียมดั้งเดิมไว้อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการคงไว้ซึ่ง สนามหญ้า อันเป็นต้นกำเนิดของกีฬาเทนนิส ซึ่งได้รับการดูแลให้มีความสูงเพียง 8 มิลลิเมตรตลอดระยะเวลาการแข่งขัน นักกีฬาแต่ละคนจึงต้องอาศัยทั้งความแม่นยำ ความมั่นคงทางอารมณ์ และทักษะในระดับสูงสุด เพื่อจะมีโอกาสได้สัมผัสกับถ้วยรางวัลอันทรงเกียรตินี้
ROLEX และเทนนิส ความผูกพันที่ยืนยาว

โรเล็กซ์ เชื่อมั่นในพลังแห่งการลงมือทำด้วยความมุ่งมั่น และยกย่องการเดินทางของนักกีฬาที่เต็มไปด้วยอารมณ์ ความฝัน และความกล้าหาญ โดยความสัมพันธ์ระหว่าง โรเล็กซ์ กับโลกของเทนนิสนั้นเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 1978 กับวิมเบิลดัน
และต่อมาได้ขยายบทบาทเป็น ผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการของการแข่งขัน Grand Slam® ทั้ง 4 รายการ ได้แก่ Australian Open, Roland-Garros, Wimbledon และ US Open

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา บรรดาตำนานของวงการต่างเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว Rolex Testimonee ไม่ว่าจะเป็น Rod Laver, Chris Evert, Roger Federer
ไปจนถึงนักกีฬารุ่นใหม่ที่ยังคงผลักดันขีดจำกัดของตนเองอย่าง Carlos Alcaraz, Coco Gauff, Jannik Sinner, และ Iga Świątek รวมถึงดาวรุ่งที่น่าจับตามองอย่าง Mirra Andreeva, Taylor Fritz, Ben Shelton, Stéfanos Tsitsipás, และ Qinwen Zheng

ในทุกการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็น ATP, WTA, Masters 1000, WTA 1000 , Nitto ATP Finals, WTA Finals รวมถึง Davis Cup และ Laver Cup บรรดา Testimonee ของ โรเล็กซ์ ต่างยืนหยัดเป็นตัวแทนของความพากเพียร ความสง่างาม และความเป็นเลิศที่แท้จริงในสนามแข่งขัน

