Related Content
อัพเดต โควิด-19 สายพันธุ์ลูกผสม ในไทย แนะกลุ่มเสี่ยงรับเข็มกระตุ้นปีละครั้ง
เป็นไปตามที่หลายภาคส่วนคาดการณ์เกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทยที่กลับมาเพิ่มสูงขึ้นอีกระลอก หลังช่วงวันหยุดยาวและการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซั่น จากรายงานของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์[1] กระทรวงสาธารณสุข ณ วันที่ 9 พฤษภาคม 2566 พบว่าสายพันธุ์ที่แพร่ระบาดหลักในขณะนี้เป็นสายพันธุ์ลูกผสม คิดเป็น 86.8% โดยพบผู้ติดเชื้อกระจายทุกเขตสุขภาพ สัดส่วนสายพันธุ์ที่ตรวจในสัปดาห์ที่ผ่านมา พบสายพันธุ์ลูกผสมมากกว่า 74% ในเกือบทุกเขตสุขภาพ โดยสายพันธุ์ที่พบมากที่สุดคือ XBB.1.16 คิดเป็น 27.7% รองลงมาคือสายพันธุ์ XBB.1.5 คิดเป็น 22.0% โดยทั้งสองสายพันธุ์มีความสามารถในการหลบภูมิคุ้มกันได้ดีทั้งคู่ แต่สายพันธุ์ XBB.1.16 สามารถแพร่กระจายได้ดีกว่า ขณะที่ BN.1 ซึ่งเคยเป็นสายพันธุ์หลักในไทยตั้งแต่ช่วงสิ้นปี 2565 มีสัดส่วนลดลง ล่าสุด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ให้คำแนะนำสำหรับประชาชนในการปฏิบัติตัวอย่างระมัดระวัง เช่น หมั่นล้างมือบ่อยๆ สวมหน้ากากอนามัยหากต้องไปร่วมกิจกรรมที่มีคนจำนวนมากหรือไปในที่สาธารณะ และการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น ยังมีความจำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเสี่ยง ผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง ได้แก่ ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคอ้วน เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะมีอาการรุนแรงและลดอัตราการเสียชีวิตได้ สำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยงสูง ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ ตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่ม 7 โรคเรื้อรัง หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ควรจะได้รับการเสริมภูมิคุ้มกัน เนื่องจากหากได้รับเชื้อ จะเสี่ยงต่อการเกิดโรครุนแรง และเสี่ยงต่อการเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลสูงกว่ากลุ่มอื่นๆ ปัจจุบัน นอกจากวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้วยังมี LAAB (ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป) ซึ่งเป็นแอนติบอดีที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันได้โดยออกฤทธิ์ใน 6 ชั่วโมง โดยไม่ต้องรอให้ร่างกายสร้างภูมิขึ้นมาเอง ซึ่งตามปกติแล้วร่างกายจะใช้เวลาในสร้างภูมิคุ้มกันอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ สำหรับการฉีดวัคซีนทั่วไป ดังนั้น LAAB จึงช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้กับประชากรกลุ่มเสี่ยงและผู้ป่วยที่ตอบสนองต่อวัคซีนได้น้อยกว่าคนทั่วไป ผู้ที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 มาก่อน แนะนำให้เว้น 2 สัปดาห์ แล้วจึงฉีด LAAB[2] ผู้ที่เคยได้รับ LAAB มาแล้วอย่างน้อย 3 เดือน แนะนำให้ฉีด LAAB เข็มที่ 2[3] ผู้ที่เคยได้รับ LAAB เข็มที่ 2 มาแล้ว แนะนำให้เว้นระยะห่างอย่างน้อย 6 เดือน แล้วจึงกลับมารับ LAAB ซ้ำ[4] […]
Flawless Hits Bangkok
ถึงเวลา Flawless Hits Bangkok แคมเปญเก๋ๆ จาก laura mercier ที่ชวนสาวๆ มาสวยในแบบ The Flawless Face ง่ายๆ กับ Free Sample Day 15 วันเต็ม
ไม่ต้องเจ็บจริงก็สวยได้…สติ๊กเกอร์รอยสักแสนเก๋บนเรียวมือ
แฟชั่นรอยสักต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นลายแบบมินิมัลเล็กๆเบาๆ น่ารักๆ ตาข่ายกับดักฝัน ขนนกสุดแนว คงทำให้สาวๆไม่น้อยเกิดอาการกระสับกระส่ายอยากสักกันบ้าง แต่ติดตรงกลัวเจ็บเนี่ยแหละ คิดจะสักทั้งทีต้องคิดดีๆ คิดนานๆหน่อย เพราะหน้าที่การงานส่วนใหญ่ก็มีข้อห้ามเรื่องรอยสัก หรือบางทีก็เกิดอาการเบื่อรอยที่สักมาเอง ทำให้จะลบก็ลบไม่ได้ ต้องเจ็บตัวไปเลเซอร์ลบออกอีก มันใช่หรอ?? เอางี้ เรามีอีกแฟชั่นหนึ่งที่สาวๆน่าจะรู้จักกันดีกับ สติ๊กเกอร์รอยสัก ที่เดี๋ยวนี้ขยันออกลูกเล่นลวดลายสวยๆมาจนฉันตามไม่ทันแล้วพี่บัวลอย…เทรนด์สติ๊กเกอร์รอยสักหรือรอยสักปลอมๆ ไม่ต้องเสียเวลาทำนาน ไม่แพง แถมไม่ต้องเจ็บตัวด้วย อยากเปลี่ยนลาย อยากเปลี่ยนตำแหน่ง อยากลบออกตอนไหนก็ได้ แต่วันนี้แพรวขอนำเสนอรอยสักปลอมบนเรียวมือของเราแทนการใส่เครื่องประดับอย่างพวกแหวน กำไลข้อมือ หรือนาฬิกากันดีกว่า เก๋ไม่หยอกเลยละ สติ๊กเกอร์รอยสัก ยิ่งถ้ามองแบบผิวเผินแทบแยกไม่ออกเลยว่ารอยสักจริงหรือปลอม ลายจากรอยสักที่เราติดสามารถอยู่บนผิวได้นาน 3 – 5 วันเลย อย่าไปถูแรงๆนะจ๊ะ ส่วนใหญ่ลายที่ฮิตๆจะเป็นลายเล็กๆสไตล์มินิมัล เก๋ๆ ชิคๆ Tips for Using เมื่อเลือกลายได้แล้ว ก็คิดก่อนว่าจะติดส่วนไหนบนเรียวนิ้ว เรียวมือ ให้คิดว่าติดเป็นเครื่องประดับแทนแหวนหรือสร้อยข้อมือก็ได้ เฉียง เอียงยังไงก็ได้ เอาที่ชอบ ก่อนจะติดดูว่าบริเวณนั้นไม่ได้ทาครีมจนลื่น เดี๋ยวไม่ติดหรือมันจะลอกออกง่าย นำสติ๊กเกอร์รอยสักแบบลอกน้ำมาวางบริเวณที่เลือก […]