Sun protection
เป็นที่ทราบกันดีว่าหนึ่งในขั้นตอนการแต่งหน้าที่ผู้หญิงมักให้ความสำคัญเป็นพิเศษ นั่นก็คือการเขียนคิ้ว เพราะวลีที่ว่า ‘เพราะคิ้วคือมงกุฎของหน้า’ นั้นยังคงใช้ได้จริงในยุคปัจจุบัน ดังนั้น ‘น้องฉัตร-ฉัตรชัย เพียงอภิชาติ’ เมคอัพอาร์ทิสต์ชื่อดัง จึงได้แนะนำเทคนิคการเขียนคิ้ว และแบ่งลักษณะของคิ้วออกเป็น 4 แบบ พร้อมแนะนำวิธีการเตรียมคิ้วก่อนแต่งหน้าไว้ ดังนี้ เริ่มจากคนที่มีขนคิ้วน้อย ผู้หญิงที่มีขนคิ้วน้อยคิ้วจะดูจางกว่าคนปกติ จึงควรกันคิ้วให้ได้รูปเพื่อทำให้เห็นแนวคิ้วชัดเจนยิ่งขึ้น เหมือนเป็นการตีกรอบพื้นที่คิ้วให้เด่นขึ้นมา คิ้วไม่เป็นทรง เกิดจากการที่ขนคิ้วขึ้นย้อนทิศทางไปมา หรือขึ้นเป็นทิศทางวน ทำให้คิ้วดูยุ่งเหยิงรุงรัง และเขียนตกแต่งได้ยาก เบื้องต้นควรกันคิ้วให้ได้รูปก่อน จากนั้นให้ใช้กรรไกรซอยขนคิ้วออก เพื่อเป็นการกำจัดขนคิ้วที่ขึ้นไม่เป็นแนวออกไป ทำให้คิ้วดูบางลงและเป็นระเบียบมากขึ้น แบบถัดมาคือหางคิ้วตก สังเกตง่ายๆ คือปลายหางคิ้วต่ำกว่าตำแหน่งของคิ้ว แนวคิ้วลาดเทออกทางด้านข้างของใบหน้า ทำให้หน้าดูเศร้า สามารถแก้ได้โดยการโกนคิ้วบริเวณที่เริ่มทำองศาตกไปจนถึงหางคิ้วออก แล้วเขียนเติมหางคิ้วขึ้นใหม่ก็จะทำให้หน้าดูไม่เศร้า และแบบสุดท้ายคือคนที่มีคิ้วแหว่ง ซึ่งอาจเกิดจากแผลเป็นหรือเคยคิ้วแตก ทำให้คิ้วมีรอยโหว่ตรงบริเวณผิวหนังที่ขนคิ้วไม่สามารถขึ้นมาได้ การเตรียมขึ้นคิ้วจึงจำเป็นต้องแต้มผิวหนังตรงรอยโหว่ด้วยดินสอเขียนคิ้ว และปัดด้วยแปลงเกลียวเพื่อให้กลมกลืนดูเป็นธรรมชาติ ก่อนเริ่มขั้นตอนการเขียนคิ้วต่อไป ส่วนเคล็ดลับการเขียนคิ้วตามแบบฉบับของตนเอง ‘เวลาเขียนคิ้วเราจะคำนึงถึงโครงหน้าและสีผมเป็นหลัก เพราะการเขียนที่ถูกวิธีรับกับโครงหน้าจะทำให้ใบหน้าดูเด็กขึ้น ส่วนผู้หญิงที่มีการทำสีผม เราก็จะใส่ใจการเลือกสีคิ้วให้เป็นพิเศษ เพราะถ้าสีผมไปทาง สีคิ้วไปทาง ก็จะดูหลอกตาจนเกินไป ส่วนเวลาเขียนคิ้ว เราจะใช้ดินสอเขียนโครงคร่าวๆ ก่อน จึงค่อยใช้ที่เขียนคิ้วแบบฝุ่นมาปัดให้เต็มคิ้ว แล้วตามด้วยการปัดมาสคาร่าคิ้วเพื่อให้คิ้วดูเรียงเส้นสวยเป็นระเบียบมากขึ้น แต่ถ้าใครที่เป็นมือใหม่หัดเขียนคิ้วอาจจะลองหาพวกสติ๊กเกอร์แปะทรงคิ้วมาใช้ก่อน เพราะจะเขียนง่ายกว่า […]
สถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัส โควิด-19 ทั่วโลก พบผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 76 ล้านราย เสียชีวิตแล้วกว่า 1.6 ล้านราย และสหรัฐฯ ยังคงเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตมากที่สุดในโลก ส่วนเมียนมา ประเทศเพื่อนบ้านของไทยยังพบผู้ติดเชื้อรายวันนับพันรายอยู่อันดับ 69 ของโลก ส่วนประเทศไทยอยู่ท่ามกลางบรรยากาศตื่นตัว “การ์ดอย่าตก” ด้วยสถานการณ์การระบาดระลอกใหม่ คนส่วนใหญ่ยังเฝ้ารอความหวังว่า วัคซีน จะเป็นพระเอกขี่ม้าขาวมาคลี่คลายความกังวลทั้งหมดทั้งมวลนี้ ต่างประเทศแม้ว่าจะมีข่าวว่าไวรัสโควิดพัฒนากลายพันธุ์ แต่ ดร.ราวี กุปตา ทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ของอังกฤษ ก็ยังคงมั่นใจว่า สิ่งที่ต้องดูหลังจากนี้คือ วัคซีน ที่มีอยู่ในปัจจุบันใช้กับไวรัสตัวที่กลายพันธุ์ได้ผลหรือไม่ เบื้องต้นมั่นใจว่าวัคซีนได้ถูกออกแบบให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันที่เล่นงานไวรัสได้หลายช่องทาง อย่าเพิ่งวิตกกังวล และวัคซีนต้านไวรัสก็สามารถนำไปปรับแต่งให้เหมาะสมกับไวรัสที่กลายพันธุ์ได้ ขณะที่มหาวิทยาลัยเยล สหรัฐฯ ก็อยู่ระหว่างตรวจสอบสมมติฐานที่ว่า ไวรัสโควิด-19 มีส่วนทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายสับสน จนสร้างความเสียหายแก่ร่างกายตัวเองหรือไม่ หลังพบหลักฐานบ่งชี้ว่า 5 เปอร์เซ็นต์ของ ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้เกิดอาการ “ออโต้แอนติบอดี” หรือภูมิคุ้มกัน “ยิงพวกเดียวกันเอง” โดยแทนที่จะเล่นงานไวรัสอย่างเดียว กลับไปทำลายเซลล์ของร่างกาย ทั้งสมอง เส้นเลือด ตับ ระบบทางเดินอาหาร จนทำให้ไวรัสโควิด-19 ลุกลามเกินกว่าที่จะควบคุมได้ ส่งผลให้ผู้ติดเชื้อล้มป่วยรุนแรง […]
การ์นิเย่ แบรนด์สกินแคร์ชั้นนำระดับโลกด้านความงามที่เป็นธรรมชาติ เดินหน้ายกระดับแบรนด์สู่ Green Beauty สร้างความงามเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ในด้านการมุ่งลดผลกระทบของแบรนด์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการจัดการห่วงโซ่คุณค่าด้วยความใส่ใจโลก โดยประกาศ 5 พันธสัญญาหลักพร้อมตั้งเป้าหมายทั่วโลก เพื่อเป็นแบรนด์ความงามชั้นนำที่ส่งมอบผลิตภัณฑ์ประสิทธิภาพสูงและปลอดภัยที่มาพร้อมความยั่งยืนอย่างเต็มรูปแบบแก่ผู้บริโภค 5 พันธสัญญา Green Beauty จัดซื้อวัตถุดิบที่สนับสนุนชุมชน เพื่อสนับสนุน และส่งเสริมให้เกษตรกรรายย่อยที่เผชิญปัญหาสังคมและการเงินให้มีรายได้ที่ยั่งยืน และช่วยสร้างชุมชนที่มีความเข้มแข็ง การ์นิเย่ตั้งเป้าหมายจัดซื้อวัตถุดิบจากชุมชน 1,000 แห่งภายในปี 2025 โดยในปัจจุบัน การ์นิเย่ได้สนับสนุนชุมชนกว่า 787 แห่งทั่วโลก พัฒนาสูตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การ์นิเย่จะใช้หลัก Green Sciences หรือ วิทยาศาสตร์เพื่อสิ่งแวดล้อม อาทิ เทคโนโลยีชีวภาพ ในการพัฒนาสูตรใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และภายในปี 2022 ส่วนผสมทั้งหมดจะได้รับการจัดหาอย่างยั่งยืน โดยจะมาจากพืช และสามารถปลูกทดแทนได้ และภายในปี 2025 ผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งหมดจะได้รับการพัฒนาให้มีผลเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม มุ่งใช้พลังงานทดแทนมากขึ้น โรงงานที่ผลิตการ์นิเย่ทั้งหมด จะปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2025 โดยนับตั้งแต่ปี 2005 โรงงาน และศูนย์กระจายสินค้าได้ลดการใช้น้ำลงร้อยละ 45 และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยลงร้อยละ […]
บริษัท เอเอ็มอี อิมเมจิเนทีฟ จำกัด
ในเครือ บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
Tel : 0-2422-9999 ต่อ 4300
Email : [email protected]
0-2422-9999 ต่อ 4180
(จันทร์ - ศุกร์ เวลา 09.00 - 18.00 น)
[email protected]