Related Content
‘ฮีโมโครมาโตซิส’ โรคที่มีธาตุเหล็กสะสมในร่างกายมากเกินไป หากไม่รักษาอวัยวะอาจล้มเหลวได้
‘ฮีโมโครมาโตซิส’ โรคที่มีธาตุเหล็กสะสมในร่างกายมากเกินไป เหล็กเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการสำหรับการทำงานหลายอย่าง ตัวอย่างเช่น ธาตุเหล็กเป็นส่วนหนึ่งของฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นโปรตีนที่นำออกซิเจนจากปอดของเราไปทั่วร่างกาย ช่วยให้กล้ามเนื้อเก็บและใช้ออกซิเจน ธาตุเหล็กยังเป็นส่วนหนึ่งของโปรตีนและเอนไซม์อื่นๆ อีกมากมาย ร่างกายจึงต้องการธาตุเหล็กในปริมาณที่เหมาะสม หากมีธาตุเหล็กน้อยเกินไป อาจเป็นโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุ เหล็ก สาเหตุของระดับธาตุเหล็กต่ำ ได้แก่ การเสียเลือด กินอาหารที่ไม่ดี หรือการดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหารไม่เพียงพอ ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะมีธาตุเหล็กน้อยเกินไปคือเด็กเล็กและสตรีที่กำลังตั้งครรภ์หรือมีประจำเดือน ธาตุเหล็กมากเกินไปสามารถทำลายร่างกายได้เช่นเดียวกัน การเสริมธาตุเหล็กมากเกินไปอาจทำให้เกิดพิษจากธาตุเหล็กได้ บางคนมีโรคที่สืบทอดมาเรียกว่าฮีโมโครมาโตซิส ทำให้ร่างกายสร้างธาตุเหล็กมากเกินไป ‘ฮีโมโครมาโตซิส’ โรคที่มีธาตุเหล็กสะสมในร่างกายมากเกินไป หากไม่รักษาอวัยวะอาจล้มเหลวได้ ซึ่ง ฮีโมโครมาโตซิส (Hemochromatosis) เป็นโรคที่มีธาตุเหล็กสะสมในร่างกายมากเกินไป จริงอยู่ที่ร่างกายต้องการธาตุเหล็ก แต่มากเกินไปก็เป็นพิษ หากคุณเป็นโรคฮีโมโครมาโตซิส แสดงว่าคุณดูดซึมธาตุเหล็กมากเกินความต้องการ ร่างกายของคุณไม่มีวิธีกำจัดธาตุเหล็กส่วนเกินตามธรรมชาติ เก็บไว้ในเนื้อเยื่อของร่างกาย โดยเฉพาะตับ หัวใจ และตับอ่อน ซึ่งธาตุเหล็กส่วนเกินสามารถทำลายอวัยวะ และหากไม่มีการรักษาอาจทำให้อวัยวะล้มเหลวได้ ฮีโมโครมาโตซิส มี 2 ประเภท โรคโลหิตจางปฐมภูมิ เป็นโรคที่สืบทอดมา และฮีโมโครมาโตซิสทุติยภูมิ มักเป็นผลจากอย่างอื่น เช่น โรคโลหิตจาง ธาลัสซีเมีย โรคตับ หรือการถ่ายเลือด อาการหลายอย่างของฮีโมโครมาโตซิส คล้ายกับโรคอื่นๆ เช่น อาการปวดข้อ เหนื่อยล้า อ่อนแรงทั่วไป น้ำหนักลด และปวดท้อง ฯลฯ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่มีอาการ แพทย์จะวินิจฉัยโรคฮีโมโครมาโตซิสโดยพิจารณาจากประวัติทางการแพทย์และครอบครัว การตรวจร่างกาย และผลจากการทดสอบและขั้นตอนต่างๆ การรักษารวมถึงการนำเลือด (และธาตุเหล็ก) ออกจากร่างกาย ยา และการเปลี่ยนแปลงอาหารของคุณ NIH: National […]
รีวิว สเปรย์น้ำแร่ แบรนด์ไหนตัวแม่ ชุ่มชื้นนานสุด!!
เป็นถึง สเปรย์น้ำแร่ ก็ต้องมีมอบความชุ่มชื้นได้นานสุดสิถึงจะดี ยิ่งช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาวผิวก็เลยระคายเคืองง่าย ถ้างั้นมาตามหาสเปรย์น้ำแร่ตัวแม่ไปใช้กันดีกว่า
ท้าแดดอย่างสตรอง!! แค่รู้ให้ลึกเพียง 7 ข้อ ก็ไม่ต้องกลัวผิวเสียคล้ำแดด แสบไหม้อีกเลย
ซัมเมอร์มาแล้ววว สาวๆ หลายคนต่างก็เริ่มวางแผนที่จะทำกิจกรรมท้าลมร้อนกันอย่างสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นการไปอาบแดดด้วยบิกินี่ตัวโปรด เล่นน้ำทะเล หรือออกไปถ่ายรูปสวยๆ กับดอกไม้สีสดในช่วงนี้ หากแต่อีกมุมหนึ่งหลายๆ คนก็คงจะอดกังวลไม่ได้ที่จะต้องเผชิญหน้ากับแสงแดดอันเจิดจ้า ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความหมองคล้ำและจุดด่างดำบนใบหน้า แพรวดอทคอม จึงรวบรวมคำถามที่สาวๆ อยากรู้กันมากที่สุดเกี่ยวกับผลกระทบจากแสงแดด และการดูแลตัวเองเป็นพิเศษในช่วงซัมเมอร์นี้ เพื่อให้สาวๆ ได้ดูแลผิวกันอย่างถูกวิธี มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง Q1: แสงแดดและรังสียูวีทำร้ายเราได้มากแค่ไหน มีการค้นพบว่า การโดนรังสียูวีอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานจะทำร้ายผิวและนำไปสู่ 10 ปัญหาผิวที่มองเห็นได้และซ่อนตัวอยู่ ซึ่งสิ่งที่ถูกทำร้ายที่ซ่อนอยู่ในผิวนั้นจะปรากฏให้เห็นในรูปแบบของหมอกที่ปกคลุมอยู่ใต้ผิวหนัง จะบดบังออร่าและความกระจ่างใสของผิว เมฆหมอกเหล่านี้สามารถปรากฏในรูปแบบของจุดด่างดำ ความหมองคล้ำ และปัญหาซ่อนเร้นที่ยังไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่าอีกด้วย นับว่าอันตรายมาก หากสาวๆ ออกไปสัมผัสกับแสงแดดตรงๆ โดยที่ไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหรือทาครีมกันแดดที่ดีไว้ก่อน Q2: เพราะเหตุนี้เราจึงต้องหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับแสงแดดในทุกกรณีใช่หรือไม่ ก็ไม่ใช่ซะทีเดียวนะคะ เพราะถึงแม้แสงแดดจะทำร้ายผิวของเราที่ไม่ได้รับการบำรุงอยู่เรื่อยๆ แต่แสงแดดก็มีข้อดีอยู่เหมือนกัน เช่น เป็นแหล่งของวิตามินดี ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้เป็นโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคเกี่ยวกับระบบการเผาผลาญของร่างกาย และยังกระตุ้นให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานดียิ่งขึ้น และอีกมากมาย ดังนั้นเราจึงควรออกไปเจอแสงแดดบ้าง แต่ก็ต้องไม่ลืมที่จะทาครีมกันแดดด้วย Q3: รังสียูวีที่ทุกคนชอบพูดถึงกัน แท้จริงแล้วมันคืออะไร และมันทำร้ายเราอย่างไรบ้าง รังสียูวีหรือรังสีอัลตราไวโอเลตคือรังสีที่แผ่ออกมาจากแสงอาทิตย์ ซึ่งสามารถแบ่งรังสียูวีออกเป็น 3 ชนิด คือ […]