ชุดไทยพระราชนิยม มรดกชาติจาก สมเด็จพระพันปีหลวง
เมื่อพูดถึงชุดไทยหลายคนอาจนึกถึงความสง่างามที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทยอย่างชัดเจน แต่คุณรู้หรือไม่ว่า ชุดไทยที่เราเห็นในปัจจุบันมีที่มาอย่างไร และใครคือผู้ให้กำเนิด?
นิทรรศการ “ชุดไทย : จากราชสำนักสู่ราชนิยม” (Chud Thai: Dressing the Nation in Heritage) จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงด้านการอนุรักษ์และส่งเสริมการแต่งกายแบบไทย และเพื่อเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับชุดไทยพระราชนิยมให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ความเป็นมา ได้ตระหนักถึงคุณค่าและเกิดแรงบันดาลใจในการร่วมสืบสานวัฒนธรรมไทยอย่างยั่งยืน ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ประธานที่ปรึกษาของพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ตลอดจนคณะกรรมการบริหารพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ คณะอนุกรรมการฯ ที่ปรึกษา และเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ เฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ


ในพุทธศักราช ๒๕๐๓ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ไปทรงเจริญสัมพันธไมตรีกับสหรัฐอเมริกาและประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรป ทรงตระหนักว่าการปรากฏพระองค์ในฐานะพระราชินีแห่งราชอาณาจักรไทยเปรียบเสมือนตัวแทนของคนทั้งชาติ แต่ในขณะนั้นสตรีไทยยังไม่มีการแต่งกายที่เป็นแบบแผนและแสดงเอกลักษณ์ของชาติที่ชัดเจน พระองค์จึงมีพระราชดำริให้จัดทำเครื่องแต่งกายที่สะท้อนความเป็นไทยอย่างงดงามและมีความร่วมสมัย
ด้วยพระราชปณิธานในการอนุรักษ์ธรรมเนียมการแต่งกายแบบไทย สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้เชี่ยวชาญศึกษารูปแบบการแต่งกายของสตรีไทยในราชสำนักโบราณ ประยุกต์เข้ากับเทคนิคการตัดเย็บแบบสมัยใหม่ และทรงออกแบบชุดไทยที่สวมใส่ได้สะดวก เหมาะสมกับยุคสมัย โดยยังคงความสง่างามและเอกลักษณ์ไทยไว้อย่างกลมกลืน ต่อมาฉลองพระองค์ชุดไทยดังกล่าวเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “ชุดไทยพระราชนิยม”






ชุดไทยพระราชนิยม ๘ แบบ
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงมีพระราชดำริที่จะทรงฉลองพระองค์ที่แสดงถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทย ในการโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ไปทรงเจริญสัมพันธไมตรีกับชาติต่างๆ ในทวีปยุโรปและสหรัฐอเมริกา เมื่อ พ.ศ.ศ. ๒๕๐๓ จึงได้มีพระราชเสาวนีย์ให้ผู้เชี่ยวชาญออกแบบ และมีพระราชวินิจฉัยเห็นชอบ จนได้ชุดไทยทั้งหมด ๘ แบบ ซึ่งรู้จักกันในเวลาต่อมาว่า”ชุดไทยพระราชนิยม” และกลายเป็นต้นแบบชุดประจำชาติของสตรีไทยในปัจจุบัน
Thai Ruean Ton/ ไทยเรือนต้น
ชุดไทยเรือนต้น ตั้งตามชื่อพระตำหนักเรือนต้นในพระราชวังดุสิต เป็นชุดไทยแบบลำลอง ใช้ในโอกาสไม่เป็นทางการ ตัดเย็บด้วยผ้าฝ้ายหรือผ้าไหมลักษณะเป็นผ้านุ่งป้ายยาวจรดข้อเท้า ผ้าลายตามขวางหรือตามยาวก็ได้ เสื้อเป็นคอกลมตื้น ใช้ผ้าสีตามริ้วหรือเชิง จะเป็นสีเดียวกับซิ่นหรือสีตัดกันก็ได้แขนสามส่วน ติดกระดุมหน้าห้าเม็ด ใช้เครื่องประดับ
น้อยชิ้น

Thai Chitralada / ชุดไทยจิตรลดา
ชุดไทยจิตรลดา ตั้งตามชื่อพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เป็นชุดที่ใช้ในเวลากลางวัน ลักษณะทั่วไปคล้ายกับชุดไทยเรือนต้น ต่างกันตรงคอเสื้อที่มีขอบตั้ง แขนยาวจรดข้อมือ ผ้านุ่งป้ายเป็นผ้าไหมยกดอกมีเชิงหรือยกดอกทั้งตัว ใช้เครื่องประดับตามควร

Thai Amarin/ชุดไทยอมรินทร์
ชุดไทยอมรินทร์ ตั้งตามชื่อพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหยสูรยพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง ใช้ในงานพระราชพิธี
และงานพิธีกลางคืนมีลักษณะเหมือนชุดไทยจิตรลดาแต่ตัดเย็บด้วยผ้ายกไหมที่มีทองแกมหรือยกทองทั้งตัวความสวยงามอยู่ที่เนื้อผ้าและเครื่องประดับ

Thai Boromphiman/ชุดไทยบรมพิมาน
ชุดไทยบรมพิมาน ตั้งตามชื่อพระที่นั่งบรมพิมานในพระบรมมหาราชวัง ใช้ในงานพระราชพิธีและงานพิธีกลางคืน เสื้อแขนยาวคอกลมมีขอบตั้ง ตัวเสื้อและผ้านุ่งติดกันเป็นชุดเดียว ตัดเย็บด้วยผ้าไหมที่มีทองแกมหรือยกทองทั้งตัวก็ได้ นุ่งจีบแล้วใช้เข็มขัดไทยคาด

Thai Chakri/ชุดไทยจักรี
ชุดไทยจักรี ตั้งตามชื่อพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง ใช้ในงานพิธีกลางคืน ท่อนบนเปิดไหล่หนึ่งด้าน
เป็นสไบปักหรือไม่ปักก็ได้ตัดเย็บติดกับท่อนล่าง ซึ่งเป็นผ้านุ่งจีบ เป็นผ้าไหมยกทองทั้งตัวหรือยกเฉพาะเชิงก็ได้

Thai Dusit/ชุดไทยดุสิต
ชุดไทยดุสิต ตั้งตามชื่อพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง ใช้ในงานพิธีเต็มยศกลางคืนตัดเย็บด้วยผ้ายกไหมหรือยกทอง ผ้านุ่งจีบ เสื้อคอกว้างไม่มีแขน ปักด้วยดิ้นเงินดิ้นทองหรือลูกปัด

Thai Siwalai/ชุดไทยศิวาลัย
ชุดไทยศิวาลัย ตั้งตามชื่อพระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง ใช้ในงานพระราชพิธีทั้งเวลา
กลางวันและกลางคืน เป็นชุดแบบเดียวกับชุดไทยบรมพิมานแต่ห่มสะพักทับอีกชั้นหนึ่ง

Thai Chakraphat/ชุดไทยจักรพรรดิ
ชุดไทยจักรพรรดิ ตั้งตามชื่อพระที่นั่งจักรพรรดิพิมานในพระบรมมหาราชวัง ใช้ในงานพิธีเต็มยศกลางคืน
ท่อนบนห่มผ้าสองชั้น ชั้นในมักเป็นสไบจีบ และห่มสะพักทับผ้านุ่งยกทอง จีบแบบเดียวกับชุดไทยจักรี คาดเข็มขัดและ
ใส่เครื่องประดับเข้าชุดกัน

นิทรรศการ “ชุดไทย : จากราชสำนักสู่ราชนิยม” (Chud Thai: Dressing the Nation in Heritage) จัดแสดงฉลองพระองค์ชุดไทยพระราชนิยมทั้ง ๘ แบบ ประกอบด้วย ฉลองพระองค์ชุดไทยเรือนต้น ฉลองพระองค์ชุดไทยจิตรลดา ฉลองพระองค์ชุดไทยอมรินทร์ ฉลองพระองค์ชุดไทยบรมพิมาน ฉลองพระองค์ชุดไทยดุสิต ฉลองพระองค์ชุดไทยจักรี ฉลองพระองค์ชุดไทยศิวาลัย และฉลองพระองค์ชุดไทยจักรพรรดิ ที่มีความงดงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
นิทรรศการ “ชุดไทย : จากราชสำนักสู่ราชนิยม” เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ ๑๖ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘ เป็นต้นไป ณ ห้องจัดแสดง ๑ พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบรมมหาราชวัง เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๓๐ น. ปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมเวลา ๑๕.๓๐ น. บัตรเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ ราคา ๑๕๐ บาท ผู้สูงอายุ (๖๕ ปีขึ้นไป) ราคา ๘๐ บาท นักเรียนหรือนักศึกษา (โปรดแสดงบัตรประจำตัว) และเด็กอายุ ๑๒ – ๑๘ ปี ราคา ๕๐ บาท เด็กอายุต่ำว่า ๑๒ ปี ไม่เสียค่าใช้จ่าย