ธรรมะติดโซเชียล! บทเรียนจาก คิวเท โอปป้า – อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม
ในโลกที่กระแสโซเชียลไหลเชี่ยว คิวเท โอ็ปป้า และ อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม ชวนตั้งสติพวกเขาแชร์บทเรียนจากยอดไลก์สู่ความทุกข์ พร้อมแนะนำให้ใช้ ธรรมะ เป็นเข็มทิศเพื่อสร้างและเสพคอนเทนต์อย่างมีปัญญา ไม่ให้ใจเราถูกกลืนไปกับโลกออนไลน์
นิตยสารแพรว เปิดเวทีวันแรก Praew Talk 2025 “The Empowering Conversation” ที่ ชั้น 1 Eden centralwOrld โดยเชิญคนดังมาร่วมทอล์กในหัวข้อที่น่าสนใจมากมาย และในหัวข้อ Talk ธรรมะในยุค AI ได้เชิญอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง “อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม” และ “คิวเท โอปป้า” มาแชร์มุมมองในการสร้างคอนเทนต์ในปัจจุบัน รวมไปถึงคนเสพคอนเทนต์อย่างเราๆ เองควรใช้ธรรมะข้อใดยึดเหนี่ยวจิตใจ ไม่ให้หลงใหลไปตามโซเชียล หรือตามกระแสมากเกินไปนัก
คิวเท โอปป้า – อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม

มองโซเชียลปัจจุบันอย่างไรบ้าง?
คิวเท : “ผมเองก็เป็นคนนึงที่ตามกระแสตลอด ที่ผ่านมาผมเลือกทำคอนเทนต์ที่ได้ยอดวิวเยอะ ไม่ว่ามันจะเป็นคอนเทนต์ที่ดีหรือไม่ดี ก็ลืมตัวว่าจริงๆ เราทำช่องเพื่ออะไร แต่พอเรามีชื่อเสียง เห็นว่าคลิปแบบนี้ พูดจาแบบเกรียนๆ มันได้ผลตอบรับดีมาก แต่จริงในเวลาเดียวกันก็มีคนเกลียดมากขึ้น เรารู้สึกได้ตอนที่เริ่มเข้าถึงธรรมะ เริ่มเห็นว่าเป็นตัวเราทั้งหมดเลยที่ทำคอนเทนต์แบบนั้นออกไป มันเกิดจากตัวเรา ผมไปเพลินกับกระแส ตามกระแสตลอด แต่ตามกระแสนั้นทำให้เราลืมตัวตนจริงๆ ลืมจุดมุ่งหมาย ลืมความตั้งใจแรกที่เราทำ”
อาจารย์เบียร์ : “มันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย อย่างล่าสุดที่เพิ่งด่าไปคือวัยรุ่นบางกลุ่มบางคนที่จะไปทำร้ายคนกัมพูชา กลายเป็นคอนเทนต์ที่ทำให้คนเกิดความฮึกเหิม โกรธแทนประเทศชาติบ้านเมืองแล้วไปทำร้ายคนกัมพูชาที่อยู่ในประเทศไทยด้วยกัน เป็นคอนเทนต์ชั่วๆ ไม่ควรมีเกิดขึ้นในสังคมไทย
ส่วนที่เป็นประโยชน์ในการเสพสื่อคอนเทนต์เยอะๆ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับวิชาการ หลักธรรมะ คุณธรรมจริยธรรม เป็นคอนเทนต์ที่ดีในโลกโซเชียล อย่างอาจารย์เองได้ทำคอนเทนต์กับคิวเทก็เป็นคอนเทนต์ที่ดี หลังๆ จะเห็นคิวเททำคอนเทนต์ในหมวดของคุณธรรมและจริยธรรมมากขึ้น ไม่ใช่ว่าทำเอากระแสโลก อินฟลูเอนเซอร์ในปัจจุบันชอบทำอะไรตามกระแสโลก แต่บางทีกระแสนั้นกลับเป็นโทษเป็นภัยกับสังคม ทำให้เกิดเป็นอันตรายต่อความคิดของเด็กรุ่นใหม่ในปัจจุบันมาก เป็นการสร้างกระแสแบบผิดๆ สร้างคอนเทนต์ สร้างความเชื่อให้มันเป็นไปตามสังคม คือเฮกันไป เอาพวกมากลากไปก่อนจะเอาความรู้ลากไปแทน ฉะนั้นหากเราเสพคอนเทนต์ที่ไม่ถูกต้อง สุดท้ายเราเองจะเป็นคนที่ลาดเอียงไปตามกระแสสังคมที่ไม่ถูกต้อง
โลกเราในปัจจุบันไหลสู่กิเลสตัณหามากกว่าไหลสู่คุณธรรมจริยธรรม ลองถามตัวเองที่เป็นคนทำคอนเทนต์ เราเองจะเลือกตอบสนองต่อความต้องการของคนมาเป็นอันดับแรก แต่ไม่ได้ตอบสนองต่อปัญญา ความรู้ หรือทักษะในการใช้ชีวิตเพื่อให้เราผ่านพ้นจากอุปสรรค ปัญหาหรือความทุกข์ไปได้ แม้คอนเทนต์นั้นจะเป็นไปเพื่อความทุกข์ เดือดร้อน เสื่อมเสียในอนาคตก็ตาม เราจะไม่ค่อยสนใจ แต่เราจะสนใจคอนเทนต์ที่ทำให้คนติดตามเราเยอะ คนพูดถึงเยอะ เป็นไวรัล เราจะทำอันนั้นก่อนเป็นอันดับแรก เป็นไปได้กลับมาทำคอนเทนต์คุณธรรม จริยธรรม ทำคอนเทนต์ที่เป็นประโยชน์ต่อโซเชียลในยุคปัจจุบันได้มากขึ้น”

เคยหลงใหลไปกับยอดไลก์ไหม?
คิวเท : “มากๆ เลยครับ ยิ่งไลก์เยอะๆ ยิ่งดี ทำให้รู้สึกว่าเราประสบความสำเร็จ เราก็จะมีความอยากให้มันเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ พอยอดตกเราจะรู้เลยว่ากระแสตก ก็ต้องหาอะไรทำให้มันอัปขึ้นไปอีก เพื่อให้ได้ยอดไลก์ยอดวิว ผมทำมา 7-8 ปี ช่วงแรกทำด้วยความอยากดัง ตอนนั้นก็พยายามหาคอนเทนต์ที่ห่างจากตัวเราค่อนข้างมาก ทำไปสักพักเริ่มมีชื่อเสียง เรายิ่งหาดูคอนเทนต์ที่เป็นไวรัล พยายามทำ ในพาร์ตหนึ่งของชีวิตผม เกิดความทุกข์ในชีวิต เหมือนเราจะมีทุกอย่างแล้วแต่ทำไมกลับรู้สึกว่าทุกข์มาก ใจเป็นทุกข์ ก็ได้มาเจอธรรมะ เริ่มที่จะฟังธรรมะ ก็ได้เห็นว่าจริงๆ ที่มันทุกข์มาก คนเกลียดเราเยอะขนาดนี้ เพราะเราทำตามความอยากอย่างเดียว ว่าเราต้องทำคอนเทนต์ตามความอยากของตัวเองเพื่อให้เรามียอดวิวเยอะๆ ตอนนี้ก็กลับมาดูที่ตัวเอง กลับมาอยู่กับตัวเองแล้ว”
คนทำคอนเทนต์อยากได้ยอดวิว ยอดไลก์ ยอดแชร์เยอะๆ ยังต้องเห็นคุณค่ากับสิ่งเหล่านี้ไหม?
อาจารย์เบียร์ : ”การมองเห็นยอดไลก์ ยอดวิว ยอดแชร์ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร เป็นเรื่องปกติของคนที่ทำคอนเทนต์ตามปรารถนา เป็นเครื่องที่จะบอกเราว่าคนให้ความสนใจกับคอนเทนต์นั้นมากน้อยขนาดไหน แต่สุดท้ายแล้วเราต้องกลับมาอยู่กับความจริง
อาจารย์ไลฟ์สดมาประมาณ 3 ปี ที่อาจารย์โด่งดังมีชื่อเสียงแค่ 10 กว่าเดือนเท่านั้นเอง ในระยะที่อาจารย์ทำมา อาจารย์ไม่เคยสนใจเลยว่ายอดอะไรจะเยอะจะน้อย อาจารย์ไม่เคยทำโฆษณา ไม่เคยยิงแอด ไม่เคยโปรโมต ทำเพียงแค่นั่งไลฟ์สดอยู่ที่บ้าน นั่งด่า แต่คำที่เราด่าออกไปมันกระแทกสังคมได้ คอนเทนต์ที่เราเลือกใช้กระตุกเตือนสติสัมปชัญญะคน เรากำลังล้างความเห็นผิด กำลังแก้ความเห็นผิดในสังคมว่า สิ่งที่คุณกำลังเดินตามอยู่เป็นความเห็นผิด สิ่งที่เป็นความถูกต้องตามหลักความเชื่อที่เราเชื่อกันมา สิ่งเหล่านี้เป็นคำสอนตามหลักพระพุทธเจ้ามากกว่า เราก็เสิร์ฟชุดข้อมูลที่ถูกต้องไป
อาจารย์เชื่อมั่นว่าถ้าเราให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ให้ข้อมูลที่เป็นธรรม สิ่งเหล่านั้นจะทัชใจคนแล้วคนเหล่านั้นเขาจะไปบอกปากต่อปากกันเอง อาจารย์โด่งดังได้เพราะอาจารย์สอนธรรมะตามสไตล์ของตัวเอง สอนเสร็จแล้วคนเอาไปตัดเป็นคลิป เอาไปแชร์กันเอง เป็นไวรัลโดยที่อาจารย์ไม่ได้ทำอะไรเลย ช่องตัวเองยังไม่ดังเท่าช่องของคนที่เอาคลิปเราไปตัดด้วยซ้ำไป
ช่องอาจารย์ยอดวิวสูงสุด 12 ล้าน คนติดตามในติ๊กต๊อก 3.4 ล้าน ในแพลตฟอร์มอื่นน้อยหมด ที่ติ๊กต๊อกเยอะเพราะเราเติบโตมาจากติ๊กต๊อก เวลาอาจารย์เสิร์ฟคอนเทนต์ ไม่ได้สนใจยอดไลก์ มันมาเอง แต่เราเข้าใจ พอเรามีกิเลสก็จะเริ่มยึด เราต้องได้เป้าเท่านั้นเท่านี้ เราเอาตาไปมองคนอื่นทำไมเขาทำคอนเทนต์แล้วยอดมันเยอะจังเลยทั้งๆ ที่คอนเทนต์โคตรขยะ ทำไมคนถึงติดตามเยอะ มันอยู่ที่ฐานของกลุ่มคนที่รับรู้ หรือเสพข้อมูลข่าวสารนี้ว่าเป็นกลุ่มไหน และมีฐานกว้างขนาดไหน
อย่างของอาจารย์ฐานไม่ได้กว้างมาก เพราะคนติดตามธรรมะน้อย แต่ธรรมะของเรากระแทกและตรงใจวัยรุ่น ทำให้เราเก็บฐานวัยรุ่นมาได้ด้วย ปกติคนที่ติดตามธรรมะ จะเป็นคนสูงวัย พอเราเสนอธรรมะสไตล์ใหม่ ทำให้รู้สึกว่าฟังธรรมะแล้วสนุก กลายเป็นคอนเทนต์ที่สามารถเข้าถึงคนได้มากขึ้น จึงได้กลุ่มนักเรียน นักศึกษา คนทั่วไป สุดท้ายคอนเทนต์จึงอยู่ที่เนื้อหาที่เราจะเสิร์ฟ
ถามอินฟลูฯ ได้เลยคอนเทนต์บางอันเราไม่ได้ตั้งใจให้ดัง แต่กลับมีคนมาติดตามเยอะมาก แต่อันที่เราจงใจกลับคนดูน้อย เป็นไปตามเหตุของมันเอง ยิ่งอยากมากบางทีอาจจะไม่ได้อะไรเลย ต้องสร้างเหตุไปตามความถูกต้องตามที่ควรจะเป็น”

จะบอกคนรุ่นใหม่ที่กำลังทำคอนเทนต์ขยะแล้วคนสนใจมากมาย ทำให้เขาอยากทำอีกว่าอย่างไร?
อาจารย์เบียร์ : “เราต้องกลับมาดูว่า ขยะในบางช่วงเวลาก็มีประโยชน์ เวลาช่วงที่ไม่มีประโยชน์ก็ไม่มี ขณะนี้คอนเทนต์ขยะกำลังเป็นกระแส ก็จะเกิดประโยชน์ต่อตนเอง แต่ต้องถามว่าแล้วเกิดประโยชน์ต่อผู้อื่นด้วยไหม เกิดประโยชน์ต่อตนเองคือเราได้เงินทอง ชื่อเสียง ยอดไลก์ ยอดแชร์ แต่เราได้จากขยะๆ มา เราก็จะเป็นคอนเทนต์ภายใต้คุณค่าของขยะ ฉะนั้นถ้าเราสร้างคอนเทนต์แบบมีคุณค่าตั้งแต่แรก ตัวเราเองก็จะมีคุณค่าในสังคมตามกระแสตามคอนเทนต์ในตัวนั้นๆ
ถ้าอาจารย์ไปตามกระแสขยะ คอนเทนต์ที่ไม่สมควรแก่โลก แก่ปัญญาชน วันนี้จะไม่มีใครนับถือศรัทธาหรือให้เกียรติอาจารย์เลย พอเราให้คอนเทนต์ที่เป็นประโยชน์แล้วทำให้ชีวิตเขาเปลี่ยนและดีขึ้นเยอะเลย แสดงว่าคอนเทนต์เรากำลังเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้ จากที่เขาเคยใช้ชีวิตยากๆ กลับใช้ชีวิตง่ายขึ้น แสดงว่าเรากำลังเป็นกระจกสะท้อนคุณธรรม จริยธรรมของคนในสังคมด้วยว่า สังคมที่เสพคอนเทนต์ที่เป็นขยะมากเท่าไหร่ สังคมนั้นก็กำลังตกต่ำลงเรื่อยๆ ถ้าเราเห็นสังคมเริ่มเสพคอนเทนต์ที่เป็นความรู้ และข่าวสารที่มีสาระมากขึ้น แล้วนำมาปรับปรุงตัวเอง แสดงให้เห็นว่าสังคมเรากำลังเติบโตในด้านคุณธรรมจริยธรรม และปัญญามากขึ้น”
จะใช้ธรรมะในข้อไหนดียึดเหนี่ยว ไม่ให้เราหลงใหลไปตามโซเชียล ตามกระแส?
คิวเท : “ส่วนตัวผมเคยอยู่ในกระแสแบบนั้น เหมือนเป็นการสร้างนิสัย อะไรไม่พอใจนิดหน่อยจะเปิดติ๊กต๊อกเพื่อเสพข่าว พอเจอข่าวที่รู้สึกไม่พอใจก็ยิ่งทุกข์ แต่เมื่อเรามองลึกลงไป การที่เราด่า เดือดร้อนโกรธแค้นแทนคนอื่นเรื่องมันจะไม่มีทางจบ มันจะมีเรื่องใหม่ๆ ผุดขึ้นมาเรื่อยๆ ให้เราเครียด ให้เราเสียความเป็นตัวตนไปเรื่อยๆ สุดท้ายกลายเป็นซึมเศร้า ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้”

อาจารย์เบียร์ : “ธรรมะเป็นสัจจะความจริงในโลกใบนี้ เราสามารถนำสัจจะเหล่านี้มาใช้ในชีวิต ในสังคมปัจจุบันเลยนะในภาวะที่เรากำลังมีสงคราม เรากำลังเสพสื่อทั้งจริงหรือไม่จริง มีข้อมูลเต็มไปหมดเลยแต่ไม่รู้อันไหนจริง อันไหนไม่จริง พระพุทธเจ้าเลยสอนอยู่เสมอว่าเราได้ยินได้ฟังอะไรมาก็แล้วแต่อย่าเพิ่งรับรองว่าสิ่งเหล่านั้นมันถูกต้อง และอย่าเพิ่งคัดค้านว่าสิ่งเหล่านั้นผิด รับไว้แล้วนำไปตรวจสอบในข้อมูลอันเป็นจริงอื่นๆก่อนว่าเข้ากันได้อย่างดีไหม ถ้าเข้ากันได้อย่างดีแสดงว่าข้อมูลนั้นถูกต้อง ถ้าขัดแย้งแสดงว่าผิด ไม่ควรค่าแก่การจำ ละทิ้งเสีย
“ในยุคปัจจุบันอาจารย์ขอว่าเราต้องมีคุณธรรมและจริยธรรม สังคมเราทุกวันนี้ต้องมีเมตตาต่อกัน เมตตา แปลว่าปรารถนาดี เราต้องปรารถนาดีกับทุกคนในสังคมของเรา ปรารถนาดีต่อคนที่ดีกับเรา แม้แต่คนไม่ดีกับเราเราก็ต้องปรารถนาดีกับเขาตลอดเวลา ฉะนั้นถ้าเราฝึกความปรารถนาดีได้ใจเราจะเป็นสุข มันไม่ใช่ใครเป็นสุขหรอก”
มีอะไรอยากฝากถึงพี่น้องคนไทยที่ตอนนี้บ้านเมืองเรากำลังแย่ในทุกด้าน?
คิวเท : “เป็นกำลังใจให้ในทุกเรื่องเลยครับ อยากจะบอกกับคนที่เสพสื่อว่าอยากให้มีสติ เฟกนิวส์เยอะในช่วงนี้ก็ต้องดูกันให้ดีๆ”
อาจารย์เบียร์ : “ตอนนี้มันมีหลายเรื่องประดังเข้ามาในประเทศของเรา ฉะนั้นทุกคนต้องมีสติสัมปชัญญะ อะไรที่เราจะเซฟตัวเองได้เราเซฟก่อนอย่าเพิ่งไปเซฟคนอื่น เราต้องตั้งจิต สติสัมปชัญญะให้อยู่กับเนื้อกับตัว อย่าพยายามไปยุ่งเกี่ยวเรื่องชาวบ้าน กลับมาสนใจกลับมายุ่งเกี่ยวกับตัวเองก่อน พยายามฝึกฝนแก้ไขสันดานตัวเอง อย่าไปพยายามฝึกฝนแก้ไขสันดานคนอื่น ให้เราพยายามกลับมาอยู่กับปัจจุบันขณะ ตอนนี้เรามัวแต่ไปขวนขวายอดีตที่จบไปแล้วและเรามัวแต่รอคอยความหวังอนาคตที่ยังมาไม่ถึงด้วยซ้ำ เราไม่พยายามโฟกัสกับปัจจุบัน
สังคมไทยเราบางทีต้องกระตุกเตือนกัน ไม่ใช่เอาแต่ด่ากันอย่างเดียว ไม่ใช่ใครกำลังขึ้นกูก็รีบสร้างคอนเทนต์ให้มีคนติดตามจนลืมไปว่าเรากำลังสร้างกระแสของความอาฆาตพยาบาท โกรธ เกลียดชังกันให้เกิดขึ้นในสังคมเต็มประเทศไปหมดแล้ว ใครไม่เห็นด้วยก็ไปด่าเขา ลืมไปว่าปัจจุบันเรากำลังเดือดร้อนเพราะสงคราม เดือดร้อนเพราะเศรษฐกิจ เรายอมรับทุกอย่างไปตามความเป็นจริงว่าทุกอย่างมันก็เป็นของมันเช่นนั้นเอง มันจะเดินสู่ความเสื่อมเดี๋ยววันนึงมันก็ผ่านพ้นไป ไม่มีอะไรเกิดแล้วไม่ดับ
อาจารย์อยากจะฝากกำลังใจถึงทหาร และทุกคนที่อยู่ชายแดนที่กำลังอพยพ หรือเกี่ยวข้องขอให้มีสติสัมปชัญญะ ตื่นเป็นสุข หลับเป็นสุข ไม่นอนฝันร้าย มีสติสัมปชัญญะในการดำเนินชีวิต พ่อแม่ที่หวาดกลัว หวาดระแวงว่าลูกตัวเองจะต้องไปพลีชีวิตเพื่อชาติก็ให้ตั้งสติอยู่กับปัจจุบันคนเรามันจะตายยังไงมันก็ตายในวันที่ถึงเวลาที่ต้องตาย ขอให้ตั้งสติ มีกำลังใจดำเนินชีวิตในหลักธรรม เอาธรรมะมาเยียวยาจิตใจ เอาธรรมะมารักษาใจปัจจุบัน เราจะมีความสุขมากกว่าความทุกข์ เราจะเบาลง”
