“เพชร-ศสิพร อำนวยเดชกร” กับเส้นทางธุรกิจเพื่อ สัตว์เลี้ยง

 “เพชร-ศสิพร อำนวยเดชกร” พี่สาวของนักร้องและนักแสดงชื่อดัง “พีพี-กฤษณ์” เธอเติบโตมาในครอบครัวที่อบอวลไปด้วยความรักและความผูกพันกับ สัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะแก๊งน้องสุนัขทั้ง 4 ไทนี่ แม็กกี้ โอโม่ และชานอ้อย ที่เปรียบเสมือนหัวใจของบ้าน เพราะสำหรับเพชร สัตว์เลี้ยง ไม่ใช่แค่เพื่อน แต่คือ “พลังใจ” ที่ดีที่สุด ความรักนี้เองนำไปสู่การก่อตั้ง PETCHOB แบรนด์ Pet Friendly ที่ออกแบบและสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อเหล่าน้องหมาและแมวโดยเฉพาะ

แรงบันดาลใจจากสัตว์เลี้ยง

“ต้องเล่าก่อนว่าครอบครัวของเพชรรักสัตว์กันทั้งบ้านเลยค่ะ จุดเริ่มต้นมาจากคุณพ่อคุณแม่ที่เลี้ยงสุนัข พันธุ์พุดเดิ้ลตั้งแต่เพชรกับพีพียังเด็ก ทำให้เราสองพี่น้องเติบโตมากับความรักที่มีต่อสัตว์โดยธรรมชาติ เมื่อสุนัขตัวนั้นเสีย ก็รู้สึกว่าอยากมีสัตว์เลี้ยงเป็นของตัวเองบ้าง ตอนนั้นสนใจสุนัขพันธุ์โกลเด้น เพราะเป็นสายพันธุ์ที่น่ารัก เป็นมิตร ชอบเข้าสังคม แถมตัวใหญ่ น่ากอดมากค่ะ แต่คุณแม่แนะนำว่าพื้นที่ในบ้านอาจไม่เหมาะกับสุนัขขนาดใหญ่ เพราะเขาต้องการพื้นที่ในการวิ่งเล่น ไม่อยากให้มาลำบาก จึงตัดสินใจเลือกเลี้ยงสุนัขพันธุ์เล็กแทน จะได้ดูแลง่าย

“ตอนนี้ที่บ้านมีสุนัขทั้งหมด 4 ตัว โดยลุงไทนี่เป็นสุนัขตัวแรกและถือเป็นสมาชิกเก่าแก่ที่สุดในบ้าน อายุได้ 13 ปีแล้วค่ะ ไทนี่เป็นพันธุ์ชิวาว่าขนสั้น เพศผู้ ที่คุณพ่อซื้อให้คุณแม่เป็นของขวัญวันเกิด น้องได้รับฉายาว่า เจ้าน้ำตา เพราะเซนซิทีฟมาก โดยเฉพาะเวลาทำผิด อย่างเช่น แอบหนีออกจากบ้านแล้วถูกดุ น้องจะน้ำตาคลอทันที ชอบทำตัวน่าสงสาร และมีครั้งหนึ่งน้องเคยแอบขึ้นไปบนโต๊ะกินข้าวจนแม่บ้านต้องดุ น้องก็ร้องไห้ออกมา น้ำตาไหลเป็นเม็ด จนทุกคนในบ้านต้องเข้าไปปลอบ ให้ขนมกันยกใหญ่

“นอกจากนี้น้องยังมีนิสัยชอบเลียนแบบพฤติกรรมของสุนัขตัวอื่นในบ้านด้วย เช่น เวลาน้องตัวอื่นนอนหงาย ไทนี่ก็จะไปนอนหงายอยู่ข้างๆ หรือเห็นว่าตัวไหนหลับ ก็จะเดินเข้าไปหลับด้วย เห็นแบบนี้ไทนี่ขี้อ้อนที่สุดในบ้านนะคะ ชอบเข้าหาคน ไม่ว่าจะกับคนในบ้านหรือคนแปลกหน้า บางครั้งเดินไปนั่งตักคนอื่นหน้าตาเฉยก็มีค่ะ

“หลังจากเลี้ยงไทนี่ได้ประมาณ 1 ปี ที่บ้านก็อยากให้น้องมีเพื่อนเล่นด้วย จึงตัดสินใจซื้อสุนัข พันธุ์ปอมเมอเรเนียน ขนสีดำ เพศผู้ ชื่อว่า แม็กกี้ ตอนนี้อายุได้ 12 ปีแล้วค่ะ แม็กกี้มีนิสัยใจดีมาก ยอมให้ทำทุกอย่างแบบไม่ขัดขืน คือถ้าเพชรจับน้องนอนหงายหลัง 1 ชั่วโมงต่อมาก็จะยังเห็นน้องนอนท่านั้นอยู่ ไม่ขยับไปไหน แต่ก็มีมุมดื้อบ้าง อย่างเวลาออกไปวิ่งเล่นข้างนอกนานๆ จะติดลม ไม่ยอมเข้าบ้าน ถ้าเพชรเรียกก็จะเห่า เหมือนพยายามจะเถียง จนเพชรต้องลุกไปอุ้มเข้าบ้านทุกครั้ง

“ไม่นานก็รับน้องโอโม่มาเลี้ยงอีกตัว เป็นพันธุ์ปอมเมอเรเนียน สีขาว อายุ 8 ปี เพศเมีย นิสัยจะค่อนข้างโลกส่วนตัวสูง ถ้าน้องอยากเล่นด้วยจะเดินมาหาเอง แต่ถ้าวันไหนไม่อยากเล่น ก็จะเดินหนีไปอยู่ตามมุมต่างๆ ห้ามใครเข้าไปยุ่งเด็ดขาดนะคะ เพราะน้องจะขู่และกัดได้ เพชรเองก็ต้องคอยสังเกตอารมณ์น้องตลอด

“สุดท้ายน้องเล็กของบ้าน คือ ชานอ้อย เป็นพันธุ์ชิวาว่าขนยาว อายุ 7 ปี เพศเมีย เป็นสุนัขที่เลือกเองเป็นตัวแรก เพราะน้องๆ ก่อนหน้านี้ที่บ้านจะช่วยกันเลือก ตอนนั้นเพชรเพิ่งเรียนอยู่ปี 2 เองค่ะ ต้องไปอยู่หอ จึงได้น้องชานอ้อยมาเป็นเพื่อน คุณแม่ก็คอยย้ำตลอดว่าต้องรับผิดชอบด้วยตัวเอง เพชรก็ดูแลเอาใจใส่น้องไม่ห่าง จึงผูกพันกับชานอ้อยเป็นพิเศษ นิสัยน้องคือติดคนสุดๆ ชอบหวงคนในบ้าน ถ้ามีคนนอกเข้ามาจะเห่าหนักมาก บางครั้งถึงขั้นกัดก็มี เพราะเคยมีช่างแอร์มาซ่อมแอร์ในห้อง ชานอ้อยก็เข้าไปกัดหน้าแข้งเขาจนเลือดออกเลยค่ะ แสบมาก แต่ทั้ง 4 ตัวนี้ ชานอ้อยถือว่าเชื่อฟังที่สุด เพราะสามารถขอมือได้ ส่วนตัวอื่นๆ คุณพ่อคุณแม่จะค่อนข้างสปอยล์ ทำให้ฝึกอะไรไม่ได้เลย” (หัวเราะ)

สู่ธุรกิจ PETCHOB  

“จุดเริ่มต้นของแบรนด์ PETCHOB เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยเรียนปริญญาโท ตอนแรกตั้งใจจะขายอุปกรณ์สำหรับสัตว์เลี้ยง เช่น ชามข้าวของน้องหมาและน้องแมว แต่เมื่อลงมือทำจริง กลับเจออุปสรรคหลายอย่าง จึงตัดสินใจเริ่มจากสิ่งที่เข้าถึงกลุ่มคนได้กว้างกว่า ก็คือชุดนอน ซึ่งไม่จำเป็นต้องเลี้ยงสัตว์ก็สามารถซื้อได้

“แม้คิดว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ง่าย แต่เมื่อลงมือทำจริง กลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เพชรต้องเริ่มเรียนรู้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่เลือกผ้า ไปจนถึงหาโรงงานผลิต โชคดีที่เพชรมีคุณพ่อคุณแม่ที่เป็นนักธุรกิจ คอยให้คำแนะนำ ทั้งเรื่องการตั้งราคา การขนส่ง และการบริหารจัดการต่างๆ โดยในคอลเลกชันแรก เพชรให้ศิลปินมาช่วยออกแบบลายเส้นน้องหมา ส่วนคอลเลกชันที่สอง เพชรลงมือออกแบบเองในสไตล์กราฟิกที่ถนัด ในช่วงเริ่มต้น ทุกอย่างเพชรลงมือทำเองทั้งหมด แต่ตอนนี้ธุรกิจเริ่มเติบโต มีลูกค้าจากต่างชาติด้วย จึงมีทีมงานเข้ามาช่วยอีกแรง

“ถ้าสังเกตดีๆ สินค้าทุกชิ้นได้แรงบันดาลใจมาจากสัตว์เลี้ยงที่บ้านทั้งหมดเลยค่ะ อย่างไทนี่เขาชอบนอนบนเบาะนุ่มๆ แต่พอเพชรไปหาซื้อ มันไม่มีแบบที่ทั้งนุ่มและเข้ากับดีไซน์บ้านได้ จึงคิดว่าทำเองดีกว่า ด้วยความที่เพชรเรียนด้านสถาปัตย์มา จึงนำความรู้ตรงนั้นมาออกแบบให้วัสดุตรงใจกับสัตว์เลี้ยงมากที่สุด และยังสามารถเป็นของตกแต่งไปด้วยในตัว พอให้ไทนี่ลองนอนก็ชอบมาก กลายเป็นที่นอนประจำตำแหน่งไปแล้วค่ะ จึงนำไอเดียนี้มาต่อยอดเป็นโปรดักต์เพื่อวางขาย

สัตว์เลี้ยง
Sol & Luna
สัตว์เลี้ยง
Sol & Luna

“หลังจากนั้นก็เริ่มออกแบบไอเทมอื่นๆ ตามมา อย่างชามข้าวสำหรับสัตว์เลี้ยงที่ปรับระดับความสูงได้ เพราะเพชรอยากให้น้องสัตว์เลี้ยงกินข้าวได้ในท่าที่สบายตัว ล่าสุดก็เพิ่งทำเสื้อคู่กับน้องๆ ลายเส้นมินิมอล สไตล์ Doodle Art ใส่ง่ายๆ เวลาออกไปเที่ยวด้วยกัน เหมือนได้แมตช์ลุคกับลูกๆ ด้วย

“นอกจากนี้ เพชรยังต่อยอดออกแบบสินค้าสำหรับน้องแมวด้วย อย่างคอนโดแมว มีทั้งที่ฝนเล็บและเปลนอนไปในตัว วัสดุทำมาจากไม้ยางพารา เชือกพลาสติก และผ้า Pet Friendly ทำความสะอาดง่าย ไม่อับชื้น และยังมีดีไซน์ที่สามารถนำไปตกแต่งบ้านได้ ไม่ว่าจะวางมุมไหนก็สวย และอีกหนึ่งไอเทมล่าสุดคือกล่องแฮมเบอร์เกอร์ เป็นที่นอนสำหรับน้องแมวโดยเฉพาะ ไอเดียนี้เพชรได้มาจากการสังเกตพฤติกรรมของแมว ที่ส่วนใหญ่จะชอบนอนในกล่องพัสดุ จึงนำมาดัดแปลงให้กลายเป็นที่นอน ที่ทั้งตอบโจทย์การใช้งานและเพิ่มความสนุกให้บ้านมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น ถ้าใครกำลังมองหาไอเทมสำหรับน้องหมาน้องแมว ที่ใช้งานได้จริงและยังเหมาะแก่การเป็นของแต่งบ้านได้ด้วย เพชรขอแนะนำเลยค่ะ”

รักสัตว์ขนาดนี้ มีโมเมนต์แสบซนที่ประทับใจไหมคะ

“วีรกรรมแสบๆ มีเยอะมากค่ะ อย่างไทนี่ เห็นเรียบร้อย ขี้อ้อนแบบนั้น แต่ก็มีมุมซนเหมือนกัน เพราะชอบแอบขึ้นไปฉี่บนที่นอนของพีพี ตื่นเช้ามาเพชรจะได้ยินเขาบ่นเรื่องนี้ตลอด (หัวเราะ) นอกจากนี้วันว่างๆ ของไทนี่ ก็มักจะชอบเดินไปเห่าสุนัขข้างบ้าน ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ตัวเล็กกว่า ถึงจะซนแค่ไหน พวกเขาก็มีมุมที่ทำให้เพชรหลงรักอยู่เสมอ  อย่างเช่น ทุกเช้าเวลาตื่นนอนแล้วต้องลงมาข้างล่าง เพชรจะเห็นน้องๆ มานั่งรอตรงบันไดครบทั้ง 4 ตัว หรือเวลากลับมาถึงบ้านจากที่ทํางาน ก็จะเห็นพวกเขามายืนเรียงแถวรอรับเสมอ น่าเอ็นดูมาก เพชรจึงต้องนั่งเล่นกับพวกเขาก่อนทุกครั้ง เป็นโมเมนต์เล็กๆ ที่ทำให้หายเหนื่อยเลยค่ะ

สัตว์เลี้ยง

“การมีพวกเขาในชีวิตทำให้เพชรเข้าใจว่า สัตว์เลี้ยงช่วยเยียวยาหัวใจได้จริงๆ ไม่ว่าจะเจอปัญหา หรือเครียดแค่ไหน แค่เห็นหน้าพวกเขาก็รู้สึกดีขึ้นอย่างบอกไม่ถูก ฉะนั้นถ้าใครที่อยากมีสัตว์เลี้ยง เพชรอยากให้ถามตัวเองให้แน่ใจก่อน ว่าเราพร้อมจะดูแลเขาไปตลอดชีวิตไหม เพราะสำหรับสัตว์ เราเป็นโลกทั้งใบของเขา ไม่ควรเลี้ยงเพียงเพราะความน่ารักในช่วงแรกๆ หรือแค่ความรู้สึกชั่ววูบ ถ้าเราเลือกพาเขาเข้ามาในชีวิตแล้วก็ต้องดูแลให้ดีที่สุด”

          สุดท้ายนี้ คุณเพชรขอฝากข้อความถึงแก๊ง 4 ขาแบบหยอกๆ ว่า “ไทนี่ เลิกแสดงละครบีบน้ำตาได้แล้วนะลูก ส่วนแม็กกี้ก็ช่วยเข้าบ้านให้ไว ไม่ต้องให้รอนานทุกวัน โอโม่ก็ช่วยมาเล่นด้วยกันหน่อย ลดโหมดโลกส่วนตัวลงบ้าง ส่วนชานอ้อยก็อย่าไปกัดใครมั่วซั่ว แม่จ่ายค่ารักษาคนอื่นไม่ไหวแล้วนะ

“แต่ถึงจะดื้อแค่ไหนก็รักทุกตัวนะคะ” (ยิ้ม)

ติดตามอ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ในสกู๊ป Pet Me More นิตยสารแพรว ฉบับเดือนกรกฎาคม 2568


เรื่อง Prince ภาพ วรสันต์
IG : petchssp